28 ตุลาคม 2020

บิ๊กแป๊ะ กำชับล่าสองแถวใจบาป โกงเงินนักเรียนม.3 จนเจ้าตัวเครียด เล่าทำไมต้องโดดสะพานลอย



สืบเนื่องจากกรณีที่ ตำรวจตามล่าตัวคนขับรถสองแถวประจำทางหลัง นักเรียนคนหนึ่งชั้นม.3 จ่ายค่าโดยสาร 30 บาทด้วยแบงค์ 100 แต่กลับไม่ได้เงินทอนเพราะคนขับขับรถหนีทันที ทำให้เด็กเครียดเพราะมีเงินเพียงแค่นั้นและเดินทางมาไกล ไม่มีตังค์ซื้อข้าวกลางวัน รวมถึงไม่มีเงินจ่ายค่ารถกลับบ้าน ด้วยความเครียดหลายอย่าง จึงคิดสั้นจะไปโดดสะพานลอยข้ามถนน แต่ดีที่เพื่อนโรงเรียนและประชาชนช่วยกันห้ามพาตัวลงมาปลอบใจไว้ได้ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าวันนี้

โดยหลังเกิดเรื่องเจ้าหน้าตำรวจชุดสืบสวน สภ.สัตหีบ ได้ตรวจกล้องวงจรปิดตามถนนสุขุมวิทที่รถสองแถวประจำทางคันดังกล่าวที่ก่อเหตุแล่นผ่าน และเข้าตรวจสอบหาข้อมูลประวัติของผู้ขับขี่รถสองแถวคิว สัตหีบ นาเกลือที่คิวสองแถว สัตหีบ นาเกลือ ว่าเป็นคันไหนที่ก่อเหตุครั้งนี้เพื่อจะนำตัวมาดำเนินคดีโดยเร็วแล้ว ด้านนักเรียนคนดังกล่าว ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว



ทั้งนี้หนุ่มน้อยผู้เสียหายยอมรับว่าในช่วงนั้นเครียดจริง เพราะรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเองที่โดนคนขับรถสองแถวโกงและมีเงินติดตัวมาเพียงแค่ร้อยเดียว จึงน้อยใจและด้วยอารมณ์ชั่ววูบจึงคิดจะก่อเหตุดังกล่าว แต่ขณะนี้ดีขึ้นแล้วเพราะได้รับกำลังใจจากเพื่อนนักเรียนด้วยและครูประจำชั้น อีกทั้งตำรวจก็ยืนยันว่าจะตามผู้ก่อเหตุที่โกงเงินมาดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงทำให้เข้าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสัญญาว่าจะไม่คิดกลับไปทำอย่างเหตุการณ์ที่ผ่านมาอีก

ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ขอเปิดเผยถึงกรณีตามที่สื่อออนไลน์นำเสนอข่าว “สั่งล่าคนขับรถสองแถวใจดำ โกงเงินนักเรียน จนทำให้นักเรียนคิดสั้น” ในพื้นที่ สภ.สัตหีบ จว.ชลบุรี ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.สัตหีบ ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สัตหีบ ได้รับเเจ้งเหตุมีเด็กนักเรียนจะกระโดดสะพานลอยหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่ง เมื่อไปตรวจสอบพบเป็นเด็กชาย อายุ 15 ปี จากการสอบปากคำในเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้นั่งรถสองแถวรับจ้างจากพัทยามาลงหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.สัตหีบ โดยได้จ่ายเงินค่าโดยสารรถเป็นจำนวนเงิน 100 บาท แต่คนขับรถไม่ยอมทอนเงินให้ เป็นเหตุให้เครียด และคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งในขณะนี้ผู้ปกครองได้มารับตัวกลับไปอยู่ในความดูแลอย่างไกล้ชิดต่อไปแล้ว



โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย และพยานไปแล้วจำนวนหลายปากอีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนอยู่ระหว่างไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิด และติดตามผู้ขับรถคันดังกล่าวมาสอบปากคำในส่วนที่เกี่ยวข้อง หากตรวจสอบแล้วพบว่ามีพฤติการณ์เจตนาที่นำเงินดังกล่าวไปจากเด็กชายดังกล่าวจริง ในเบื้องต้นอาจจะเข้าความผิดฐาน ยักยอกทรัพย์ ตาม ป.อ.มาตรา 352 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หรือมีความผิดอื่นหากตรวจสอบแล้วพบพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไป

อย่างไรก็ตาม รองโฆษก ตร.กล่าวต่ออีก ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับไปยัง ผู้บังคับบัญชาทุกระดับในจังหวัดชลบุรี ให้ไปกำกับดูแลและกวดขันเรื่องดังกล่าวอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบ และ ให้พิสูจน์ข้อเท็จจริง ดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมกำชับให้ ติดตามผู้ขับรถคันดังกล่าวมาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอนต่อไป

ขอบคุณเพจ สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *